แล็บกริ๊งครั้งแรก

posted on 08 Aug 2009 14:23 by photosynthesis

07.08.52

สอบเล็บกริ๊งชีวะ ครั้งแรก เตรียมสอบมาอาทิตย์นึงมั้ง
ไปถึงห้องเซ็นชื่อประมาณแปดโมงสี่สิบ ก็เซ็นชื่อได้สอบรอบแรกเลย
ตื่นเต้นไม่เคยเจอมาก่อน แอบลนนิดนึง แต่ก็พยายามตั้งสติ เพราะเพื่อนที่สอบไปแล้วบอกว่า
ให้มีสติไว้ อย่าตื่นเต้น แต่ก็ทำไม่ได้หรอกคนเราอะเนอะ
แล้วก็ต่อแถวเค้าพาเดินไปที่ห้องสอบ เข้าไปนั่ง ได้ข้อที่เก้า นำโชคๆ ฮ่า ไม่ได้คิดอะไรหรอก
ข้ออื่นมันเต็มหมดแล้ว พยายามดูรูปที่เค้าให้ ตายล่ะ ข้อแรกก็ตายเลยหรอเนี่ย
ดูไม่ออกเลยอ่ะ สมองมันมืดไปหมด ทุกๆอย่างที่ท่องมาเหมือนมันแย่งกันออกมาพร้อมกัน
คิดไม่ออกเลยว่ามันคืออะไร ตายแน่เลยข้อต่อไปทำไงเนี่ย ความเครียดเริ่มรุมเร้า
อ๊า กริ๊งงงงง หมด1นาที ไปโต๊ะต่อไป T^T ข้อต่อไป พอได้บ้างแล้ว พยายามตั้งสติ
พุทโธ พุทโธ ใจเย็น ใจเย็น  ฮา แต่ตอนนั้นฮาไม่ออกหรอก กร๊ากกก ค่อยๆคิดก็เริ่มทำได้เรื่อยๆ
พยายามตอบให้ครบ เสียงกริ๊งงงบาดใจชอบ สนุกดีอ่ะ ต้องทำรีบๆ เร่งๆ ให้ทันเสียงกริ๊งให้ได้
พอข้อสุดท้ายคิดไม่ทันแล้วกริ๊งก่อนใจแทบขาด เค้าให้วางปากกาทันที ข้อนั้นว่างเปล่า
ใจเราก็พลันว่างเปล่าไปด้วย ออกมาจากห้องด้วยสีหน้าว่างเปล่า ทุกอย่างว่างเปล่า
ที่จำมาตอนนี้ก็ว่างเปล่า นี่เราเรียนมาเพื่อสอบ สอบเสร็จก็ว่างเปล่า
เป็นการสอบที่สนุกและรวดเร็วมาก ข้อละหนึ่งนาที ต้องเร่งตัวเองให้ทำให้ตอบให้ได้
ได้ฝึกสติสมาธิไปด้วยอีกแง่นึง


ประสบการณ์สอบแล็บกริ๊ง *

24.06.52

วันนี้เลิกเรียนเร็วโดดซ้อมสอนน้องร้องเพลง<<แอบนิสัยไม่ดี อย่าเลียนแบบนะ
ไปเดินเล่นโฉบเฉี่ยวแถวๆ MS ดุริยางคศิลป์
seasons change <<<เขียนงี้เปล่า เอาเหอะ คงเข้าใจอ่านะ
เราก็ปั่นจักรยานไปกะเพื่อนเพื่อที่จะขึ้นสะพานดวงดาว
มันเป็นความใฝ่ฝันหลังจากที่เราดูseasons change และที่เราได้มาเรียนที่ม.มหิดล
อ๊ากกกก ไปแล้วโคตรประทับใจ รู้สึกดีมากอ่ะ มันเป็นตึกที่ไฮโซและรูปร่างสถาปัตย์ที่งดงาม
อาจจะดูเวอร์ไปนิดนึงแต่เราว่ามันสวยจริงๆอ่ะ บรรยากาศดีมาก เหมือนกับว่าไม่ได้อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ถ่ายรูปออกมาหลายคนอาจบอกว่ามันก็ไม่ได้สวยงามอะไรแต่ของจริงมันสวยมากอ่ะ
หรือเราคิดไปเองคนเดียว คงไม่หรอกมั้ง แล้ววันนี้อากาศดีด้วยอ่ะ
แต่เสียดายไปตอนเย็น แสงมันไม่พอที่จะถ่ายรูปอ่ะ มันเลยเป็นแบบเบลอๆ
ไว้วันหลังจะไปเก็บภาพตอนกลางวัน แบบวิวดีๆมาฝากกัน
แล้วก็ได้ขึ้นสะพานดวงดาวจริงๆ แอบเหนื่อยและน่ากลัวนิดหน่อย เพราะว่ามันสูงอ่า
กลัวความสูง อ่านะ วิวสวยอากาศดี เยี่ยมไปเลย เดี๋ยววันหลังไปอีกๆๆๆ
ชอบมากมายเลยอ่ะ ^^

อันนี้บรรยากาศรอบๆม. วันนี้อากาศดีมากกกก

อันนี้ตึก MS ดุริยางคศิลป์แล้วสวยป่ะล่ะ



ซ้ายสุดจักรยานเราเอง

บรรยากาศโดยรวมๆอ่ะสวยๆๆๆ

เหมือนในหนังเลย ตามรอยหนังฮ่าๆ

อันนี้ใช่สนามที่พระเอกเตะบอลกันป่ะ ไม่แน่ใจอ่ะ มันดูแปลกๆไม่ค่อยเหมือนในหนังเท่าไหร่
เราก็ไม่รู้ว่าเค้าถ่ายกันมุมไหน เราก็เลยถ่ายไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่





มันคือศิลปะอะไรสักอย่าง เราก็ไม่รู้เหมือนกันแต่สวยอ่ะ สวยๆ




บ่อน้ำมีปลาคาร์ฟด้วย ทำไมปลาคาร์ฟมันถึงรวมกันอยู่ตรงกลางสระได้แปลกมากมาย
ใครรู้บอกหน่อยนะ

จริงๆมันสวยมากเลยนะแต่แสงมันไม่พอแล้วเราก็ไม่อยากใช้แฟลชเพื่อถ่ายปลากลัวมันตกใจนิดหน่อย
เลยเป็นแบบวืดๆ แต่อยากเอามาให้ดู

อันนี้สวยงามมากมาย

อันนี้โรลเลอร์โคสเตอร์อ่ะ ขาลงพอดี ไม่มีอารมณ์จะถ่ายอ่ะมันลงทางลาดชันอ่ะ น่ากลัวววว
เลยเลือกมุมไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ประมาณว่าเหนื่อยกันแล้ว อันนี้เพื่อนเราเป็นแบบให้
ฮ่าๆๆๆ

โรลเลอร์โคสเตอร์เหนื่อยแต่สนุกไว้วันหลังจะหาโอกาสไปอีก ชึวิตศาลายามีแค่ปีเดียว ใช้มันให้คุ้มค่า*

เล่าเรื่องลาว3

posted on 14 May 2009 17:46 by photosynthesis

24.04.52

เล่าเรื่องลาวก็ดำเนินมาถึงตอนที่สามแล้วคาดว่าจะเป็นตอนสุดท้ายแล้ว
ไชโยยยย ตอนที่แล้วได้เดินทางไปที่โรงเรียนจีน ต่อจากนั้นก็จะเป็น โบสถ์นักบุญคาร์ทอลิก<<<ประมาณนี้แหละถ้าจำผิดก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ก็เข้าไปดูกันเล็กน้อยแล้วก็เก็บรูปมาฝากกัน
นี่เป็นภาพภายในโบสถ์ตอนที่เราเข้าไปก็ไม่มีคนเลย ดูเงียบสงบดี

แล้วพอถ่ายรูปกันเสร็จเรียบร้อยเราก็นั่งรถสามล้อออกมาจากโบสถ์ไปตามเส้นทาง
ที่มีบ้านเรือนเป็นแบบตะวันตกดูได้อารมณ์ตะวันตกไปอีกแบบนึง



แล้วก็เดินทางกันต่อมาที่วัดใหญ่ไชยะพูม
ก็ไม่ค่อยมีอะไร เลยถ่ายมาแต่ประตู

ออกจากวัดก็เริ่มเย็นแล้วเราก็เลยไปที่ร้านโอท็อปเค้าเรียกotop เหมือนบ้านเราเลย
คือขายของที่ระลึกเสื้อผ้า กระเป๋า โปสการ์ดฯลฯ เราได้โปสการ์ดมาสองใบแล้วก็หนังสือคัดลาว
ก็เหมือนคัดไทยบ้านเราตอนเด็กๆที่ต้องเรียนเขียนภาษาก.ไก่ ข.ไข่ อะไรอย่างงี้แหละ
ภาษาเค้าถ้ามองๆดูเราอาจจะนึกว่าคล้ายๆภาษาบ้านเราแต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยอ่ะ ยากมาก อ่านไม่ค่อยออกหรอก
เสร็จจากร้านประมาณบ่ายสองครึ่งมั้ง ก็เลยตัดสินใจว่าไหนๆก็มาแล้วเราไปไหว้พระธาตุอิงฮังด้วยดีกว่า
การจะเข้าพระธาตุอิงฮังได้เราซึ่งเป็นผู้หญิงต้องนุ่งผ้าถุงก่อนเข้าด้วยถึงแม้ว่าเราจะใส่กางเกงขายาวอย่างสุภาพแล้ว นุ่งแล้วเราก็กลายเป็นแม่หญิงลาวกันเลยทีเดียว พระธาตุอิงฮังแปลเป็นไทยว่าพระธาตุพิงต้นรัง เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเสวยภัตตาหารใต้ต้นรังสามต้น เค้าเลยสร้างพระธาตุขึ้นมาครอบเอาไว้

เล่าข้ามไปเรื่องนึงก่อนที่จะไปพระธาตุอิงฮังเราไปเดินซื้อของแบรนด์เนมเมดอินไชน่า
เรียกง่ายๆก็คือของก๊อบนั่นแหละ เค้าจะรวมตัวกันอยู่ที่ตลาดสิงคโปร์ก็มีขายพวกกระเป๋า กางเกงยีนส์
โทรศัพท์พวกไอโฟนเลยทีเดียวแต่เราไม่แนะนำให้ซื้อหรอกเพราะว่ามันเสี่ยงเกินไปพวกโทรศัพท์อ่ะนะ
ไม่รู้ว่าเมื่อถึงเมืองไทยมันจะใช้ได้รึเปล่าพอเราเดินเข้าไปในร้านเค้าก็จะเดินติดเราเลย
ประมาณว่าซื้อก็ซื้อไม่ซื้อก็โดนด่า ต่อมากก็ต่อได้แต่ไม่ขาย คนขายส่วนใหญ่มาจากเมืองจีน
จะพูดไม่ค่อยชัดหรอก ต้องตั้งใจฟังนิดนึง คือตอนที่เราต่อมันไม่ยอมหรอกแต่พอจะออกจากร้าน
"อ่ะๆๆๆ เดี๋ยวลดให้ สามร้อยก็ได้ๆเอาป่าว" "ก็บอกว่าจะซื้อสองร้อย สามร้อยไม่เอาหรอก"
เราก็ต่อกันไปได้ก็เอาไม่ได้ก็แอบโดนด่าเล็กน้อย จากพระธาตุอิงฮังเราก็เดินทางกลับมาขึ้นรถข้ามฝั่งกลับบ้านเรา จบเล่าเรื่องลาวทั้งสามตอนการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาหนึ่งวันแต่เอามาแบ่งเป็นตอนได้ถึงสามตอน
ได้ประสบการณ์ราคาเบาๆมากมาย

รูปเล็กๆน้อยๆระหว่างทาง


<<ป้ายยอดฮิตไปลาวต้องถ่ายมาให้ได้
คราวหน้าอยากไปหลวงพระบางดูจัง*